2006/Jul/05

นานมาก...

หลังจากที่เงียบเหงามานาน

วันก่อนเพื่อนเก่าก็โทรมาเยี่ยมคราวคราว

ฮัลโหล..สวัสดีครับ....โอวสียงแมนมาก

นึกในใจหางเสียงแปลกๆวุ๊ย!

ฉันถาม"ซินดี้เหรอ?"เพื่อนสาวในร่างหนุ่ม...(มันจะเก้กใส่ฉันทำไมยะ)

"แหม...หล่อนสบายดีไม๊ยะ"ในที่สุดซิ้นดี้ก็สาวแตกใส่ฉันทันที

รู้สึกดีจัง เพื่อนแท้ two in oneทุกวันนี้ซินดี้ยังห่วงใยเพื่อนอย่างเราเหมือนเดิม

ซินดี้เคยบอกว่า"จะหาเพื่อนอย่างฉันได้ที่ไหน เป็นเพื่อนชายที่ปลอดภัยที่สุดและเป็นเพื่อนสาวที่แสนดีในคนเดียวกัน" เออก็จริงของมันแฮะ

ก็บ่อยครั้งนะที่ฉันเดินตามซินดี้เข้าห้องน้ำโดยลืมมองป้าย เงยหน้าขึ้นมาอีกที อ้าวเวร! ผิดห้อง

ครั้งนึงแม่เคยไปรับฉันที่งานเกษตรฯแฟร์ ซินดี้เดินมากับกลุ่มเพื่อนสาวของหล่อน เท่านั้นหล่อนก็ตกใจมากคิดในใจจะเอาไงดีเจอแม่เพื่อน รวบรวมความกล้าเดินเข้ามาทัก"สวัสดีครับคุณแม่" เอ่อ...แต่วันนั้นฉันจำได้ติดตาว่าซินดี้ใส่ขาสั้นจู๊ด....เปรี้ยวจี๊ดส์ แต่มาดเธอแมนมากขัดแย้งในตัวเองสุดๆทำเอาแม่ฉันงงซะ

วันรับปริญญา...ฉันถ่ายรูปคู่กับซินดี้...ด้วยความซาบซึ้ง ฉันกอดซินดี้ พ่อตกใจใหญ่ ช่างกล้านัก เลยต้องอธิบายว่า...นี้คือเพื่อนผู้หญิง

วันที่ฉันป่วยเข้าโรงพยาบาล จำได้ว่า ซินดี้เลือกใส่ชุดที่ดูหล่อ มาดแมนที่สุด ด้วยเพราะเกรงใจแม่ฉัน ซินดี้ก็เก็กชงสุดฤทธิ์ ฮ่าๆมันเดาผิด แม่ฉันทักเสียงดังลั่น "อ้าวซินดี้ก็มาด้วยเหรอลูก" ไงล่ะแม่เค้ารู้ตั้งนานแล้ว...

ถึงวันที่ซินดี้บวชไปแล้ว เธอก็ยังโทรมาเจริญพรฉันถึงบ้าน คิดแล้วขำ...

ท้ายสุดของบทสนทนาทางโทรศัพท์ฉันถามซินดี้ว่า"เมื่อไหร่อแกจะย้ายกลับเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯซะที คิดถึงแกจัง"

"เออฉันก็คิดถึงแกย่ะ"

ป.ล นี่ซินดี้แม่ชั้นฝากบอกว่าแกควรลดของมันๆเช่นกินกะทิให้น้อยลงหน่อยนะยะถ้าอยากสวย...นี่แกยังชอบกินกล้วยบวชชีอยู่อีกล่ะสิ..คิดถึงแก


edit @ 2006/07/05 17:13:17
edit @ 2006/07/05 17:14:32

2006/Apr/19

รู้ข่าว

หลังจากได้รู้ข่าวการป่วยของพี่หมีขาว จากพี่หมีพูห์ว่าไปป่วยอยู่ที่เมืองอิเหนาจนทำให้ต้องเข้าโรงพยาบาลที่โน่น ว่าปวดท้องอย่างหนัก ก็ทำให้pinkky bear ต้องรีบรุดไปยังโรงพยาบาลศิริราช ได้ความว่าหลังลงจากเครื่องบินก็ต้องรีบหามเข้าโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯเป็นการด่วน เพื่อทำการผ่าตัดเอาลำไส้ส่วนที่เน่าออกทันทีโอวว์.....หวาดเสียวแทน

11 โมงกว่า หน้าตึกปาวา-หริศจันทร์

"ห้องไหนน้า...." นึกในใจระหว่างเลี้ยวเข้าใต้ถุนตึกปาวา ขอเรียกสั้นๆละกัน ลมเย็นๆวูบหนึ่งปะทะเข้าที่ท้ายทอย ทันใดก็รู้สึกขนลุกซู่...บรรยากาศแปลกๆ ร้อนแต่หนาว เหลือบมองที่ผนังกำแพง พลันสายตาเลยปะทะเข้ารูปภาพเก่าคือ ชายสูงอายุชาวฮินดู ลิฟท์มาพอดี ระหว่างเดินเข้าลิฟท์ก็นึกในใจได้ว่า "เข้าใจล่ะนะว่าตึกเก่าอายุหลายสิบปีก็คงมีบรรยกาศทำนองนี้"

เจอพี่หมีขาว

ชั้น3เตียง3พี่หมีขาวนอนอยู่ มีสายยางดูดของเสียออกทางจมูก ตงกลางพุงพอดีมีพลาสเตอร์ปิดแผลผ่าตัดแปะอยู่ ได้เห็นว่าพี่หมีขาวร้องโอยเป็นระยะๆ บ่นบ่อยๆด้วยความเป็นกังวลเรื่องการตรวจวิทยานิพนธ์ของนิสิต เพราะวิทยานิพนธ์อีก4-5เล่มที่เป็นภาษาอังกฤษนั้นยังมีส่วนที่ต้องให้พวกเค้ากลับไปแก้ไขอีกเยอะ ถ้าอ่านให้นิสิตไม่ทันพวกเค้าก็จะไม่จบ พี่หมีขาวบอกว่า ตลอดมาไม่เคยป่วย และไม่เคยมีเวลาให้ตัวเองป่วยด้วย ยังมีงานที่ต้องทำอีกเยอะมาก อยากลุกไปทำงานเสียเดี๋ยวนี้ เป็นห่วงงาน เป็นห่วงลูกศิษย์ ยังมีสิ่งที่ต้องสานต่ออีกมากมาย ขยันเป็นหมีคอมมานโด จริงๆ(หมีคอมมานโดสนับสนุนให้ทุกคนทำความดี) ฟังแล้วอยากได้ไฟขยันอย่างนี้มั่งจัง เด็จแม่หันมาถามว่า "แล้ววิทยานิพนธ์ของเธอล่ะไปถึงไหน" พี่หมีขาวสำทับ "อืมนั่นสิของเราถึงไหน" เฮ้ออยากตาย.... พัฒนาแค่วันละบรรทัด ถ้าถามกันมากกว่านี้จะให้เข้าโรงพยาบาลด้วยอีกคนใช่มั๊ยฮะ เหลือบมองพี่หมีขาวเป็นระยะๆ ห้องนี้อากาศร้อนมาก พี่หมีขาวบอกว่า "กลางวันอากาศร้อนมากฮะแต่ยังสู้ไหว" ยังดีที่มีพี่หมีพูห์ใจดีอยู่เป็นเพื่อนตลอดดิฉันกับเด็จแม่เลยทนเห็นหมีขั้วโลกนอนเหงื่อแตกอย่างนี้ไม่ไหว เลยติดต่อเรื่องขอย้ายห้องให้ได้สำเร็จ โทรบอกพี่หมีพูห์ที่ห้องอัดว่าเรื่องย้ายห้องเรียบร้อยก็ลุล่วงไปเรื่องนึง

สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ "ชีวิตสั้น ศิลปะยาว" เหมือนอย่างที่พวกเค้าชอบบอกเข้าใจหน่อยพวกศิลปินก็อย่างนี้ เรื่องของศิลปะยังต้องการคนรุ่นต่อไปมาสานต่ออย่างจริงจัง เห็นอาจารย์ที่ขยันยิ่งกว่านิสิต เลยสะท้อนใจเวลาขี้เกียจเรียน ขี้เกียจอ่าน เห็นความตั้งใจจริงที่ศิลปินกลุ่มนี้อุทิศเวลาส่วนใหญ่ในชีวิตเพื่อสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า

คำถามที่พวกพวกพี่หมีชอบถามและพาให้เราทำเป็นเบลอบ่อยๆ "คิดรึยังว่าในอนาคตเราจะทำอะไรต่อไป "

วันนี้ตอบเลย....สานต่องานเส้นทางนี้ ที่มีพวกพี่ๆกรุยทางบุกเบิกไว้ให้ ได้มากน้อยแค่ไหน ก็จะพยายามให้ดีที่สุด

โอ้....ซึ้งซะ


edit @ 2006/04/19 22:47:32

2006/Apr/17

ฝนตกหนักแต่วัน...ตื่นมาตอนสายหิวจนตาลาย..เจอม้วนต้วนน้องชายคนเล็กถามว่าแม่อยู่ไหน...นึกขำอยู่ในใจว่า..เออดีเราคุยกับหมารู้เรื่องแฮะ

รูปน้องม้วนต้วนจ้ะ The dogเวอร์ชั่น Ugly ฮ่ะ

ออกไปวังหลังกับเสด็จแม่ ฝนตกเฉอะแฉะ แต่สุดยอดนักวิจัยตลาด(นัด)อย่างดิฉันเห็นว่าจิ๊บจ๊อยมากค่ะ มีนัดกับร้านตุ้มหู ของโดโรธีพี่น้อง(ร้านอ้อมแอ้ม) คุณภาพระดับโอตกูตูร์ แต่ราคาถูกใจเหลือเชื่อ ก่อนกลับแวะซื้อเกี๊ยวทอดกลับมา 2 ถุง ด้วยความใจดีของหนูน้อยแม่ค้า เราขอหยิบเกี๊ยวอีกประมาณ 5 ตัวใส่ถุง แล้วบอกว่า พี่ซื้อตั้ง2ถุง แถมซะหน่อยนะ หนูน้อยมองอย่างงงๆ คงคิดว่า"ช่างกล้านะยะ..."จบ!